วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คำพิพากษาศาลโลกในคดีเขาพระวิหาร



คำพิพากษาศาลโลกในคดีเขาพระวิหาร 11 พ.ย. 2556

            11 พฤศจิกายน 2556 ที่จะถึงนี้ มีสถานการณ์ที่คนไทยทั้งชาติต้องลุ้นด้วยใจระทึก เพราะล่าสุด ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ศาลโลก) ได้นัดให้เป็นวันชี้ชะตาคดีเขาพระวิหาร ซึ่งอาจจะเป็นการเดิมพันพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่เป็นข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาเลยทีเดียว
            นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดกรณีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ศาลโลก)จะตัดสินคดีที่ประเทศกัมพูชายื่นขอตีความคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร เมื่อปีพ..2505 ว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งเป็นการภายในจากศาลโลกแล้วว่าศาลฯ จะพิจารณาตัดสินคดีดังกล่าวในวันที่ 11 ..นี้ โดยจะมีการแจ้งด้วยเอกสารอย่างเป็นทางการตามอีกครั้ง เมื่อถามว่าแต่ทางกระทรวงฯได้ให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่าศาลโลกอาจเลื่อนการตัดสินคดีไปเป็นเดือน ..2557
            นายณัฏฐวุฒิ กล่าวว่า เดิมคิดว่าศาลฯ อาจนำคดีอื่นมาพิจารณาก่อน แต่ปรากฏว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น โดยศาลฯ ดำเนินการนำคดีมาพิจารณาไปตามลำดับ ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าฝ่ายไทยมีความพร้อมและเตรียมแนวทางต่าง รองรับคำตัดสินของศาลโลกไว้หมดแล้ว อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดคือการคาดคะเน ดังนั้นทุกอย่างจึงเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินในเดือน ..ปีนี้ หรือช่วงเดือน ..หรือ ..2557
            นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่าศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก(ไอซีเจ) นัดฟังคำพิพากษาคดีพระวิหารในวันที่ 11 ..
            ทางศาลโลกได้โทรศัพท์แจ้งมายังสถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นช่วงที่นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย กรุงเฮก ในฐานะตัวแทนคณะดำเนินการทางกฎหมายของไทยอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากศาลโลกได้เลื่อนคดีของเปรูและชิลีออกไปแล้วนำคดีพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชามาขึ้นมาดำเนินการแทน ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าจะไม่ส่งผลให้มีฝ่ายใดได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ เนื่องจากมีเป้าหมายให้ประชาชนได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทั้งนี้ การดำเนินคดีทางกฎหมายคดีพระวิหารเป็นเรื่องที่ฝ่ายไทยได้เฝ้ารอคำตัดสินมาตลอด 1 ปี โดยเชื่อว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีความเข้าใจและรับได้ในคำตัดสินครั้งนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ที่ผ่าน      มาได้มีการประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือถึงการพัฒนาร่วมมือระหว่างไทยกับกัมพูชา เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
            กระทรวงการต่างประเทศได้คาดการณ์ว่าศาลโลกอาจจะมีคำตัดสินออกมากว้าง 4 แนวทาง คือ
1.ศาลโลกไม่มีอำนาจพิจารณาคดี
2.มีคำพิจารณาออกมาตามที่ฝ่ายกัมพูชาขอ
3.มีคำพิจารณาออกมาตามที่ฝ่ายไทยขอ
หรือ 4.ศาลโลกมีคำพิจารณาออกมากลางๆ
            ด้าน ..ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ปฎิเสธที่จะตอบคำถามถึงความคืบหน้าล่าสุด กรณีการพิจารณาคดีที่ประเทศกัมพูชายื่นขอตีความคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร โดยนายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ให้รอฟังจากกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนเดินไปยังห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้าทันที สำหรับที่มาของคดีดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2554 โดยเป็นฝ่ายกัมพูชาที่ยื่นคำร้องให้ศาลโลกตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารเดิมเมื่อปี 2505 ด้วยความเชื่อที่ว่า คำพิพากษาในครั้งนั้น ศาลได้ตัดสินให้พื้นที่4.6ตารางกิโลเมตรเป็นของกัมพูชาแล้ว
            กัมพูชายื่นคำร้องกับศาลโลกเมื่อวันที่ 28 เม..2554 ขอให้ศาลโลกพิจารณา 2 อย่าง คือ
            1) ตีความคำพิพากษาที่ศาลโลกตัดสินไปเมื่อปี 2505 เพราะกัมพูชามองว่าไทยยังไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลที่ให้ถอนกำลังออกจากปราสาทพระวิหารและพื้นที่ใกล้เคียงปราสาท
            2) ให้พิจารณาออกมาตรการชั่วคราวเพื่อใช้ก่อนที่ศาลจะตีความคำพิพากษาเสร็จ โดยกัมพูชาต้องการให้ศาลสั่งให้ไทยถอนทหารออกจากพื้นที่ปราสาทพระวิหารโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข ซึ่งในคำขอเหล่านี้ กัมพูชายึดขอบเขตตามเส้นในแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ระวางดงรัก
            โดยประเด็นที่ 2 นี้ศาลได้มีคำสั่งออกมาแล้วให้ทั้งสองฝ่ายถอนกำลังออกจากพื้นที่ที่เป็นปัญหาเพื่อป้องกันการปะทะ
            เพราะฉะนั้นการตัดสินคดีของศาลโลกในวันที่11พฤศจิกายนนี้ก็คือ การพิจารณาคำร้องของกัมพูชาให้ตีความคำพิพากษาเมื่อปี 2505 ที่ทางกัมพูชาเชื่อว่าคำพิพากษาได้ระบุชัดว่าพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นของกัมพูชา
            ที่ผ่านมาประเด็นที่กัมพูชาหยิบยกขึ้นชี้แจงต่อศาลฯ สรุปได้ดังนี้
1) กัมพูชายืนยันว่า ศาลฯ มีอำนาจที่จะตีความคดีนี้
2) กัมพูชาไม่เคยยอมรับรั้วลวดหนามที่ไทยจัดทำขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2505
3) กัมพูชาพยายามยืนยันสถานะและความสำคัญของ แผนที่ภาคผนวก 1”
            นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กัมพูชา แถลงปิดคดีว่า ศาลมีบทบาทในการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค หากไม่มีการตีความจะส่งผลให้ 2 ประเทศไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ศาลคงทราบดีถึงการปฏิบัติตามคำสั่งมาตรการชั่วคราวของศาลโลก ซึ่งสิ่งตีพิมพ์ในไทย และการบาดเจ็บล้มตายจากการปะทะ เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า พื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตรมีอยู่จริง ทำให้คำขอตีความของกัมพูชานั้นชอบธรรม เพราะเกี่ยวข้องกับ ขอบเขตและความหมาย ในคำพิพากษาปี 2505 ตนขอยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นขัดแย้งกันในเรื่องคำพิพากษา ทั้งในวรรคแรกและวรรคที่สอง ในบทปฏิบัติการ ที่มีความเชื่อมโยงกัน และมีผลผูกพัน โดยแผนที่ภาคผนวก 1 ไม่สามารถแยกได้ เพราะเป็นการบ่งชี้ถึงดินแดน ที่อยู่ในวรรคแรกและวรรคที่สองในข้างต้น สำหรับกัมพูชาแล้วถือว่า ปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา ส่งผลให้ไทยมีพันธกรณีต้องถอนทหาร ตำรวจ และผู้รักษาการณ์ออกไปจากตัวปราสาทและบริเวณโดยรอบที่ผ่านมาตัวแทนรัฐบาลไทยขึ้นให้การด้วยวาจา เมื่อวันที่ 17 เม.. 2556 ว่ากัมพูชาใช้หลักฐานเท็จ และแผนที่ปลอมยื่นประกอบการพิจารณาต่อศาลโลก และขอให้ศาลโลกไม่รับคำร้องไว้พิจารณา เนื่องจากเป็นเรื่องเดิมเมื่อปี 2505
            ศาสตราจารย์ อแลง แปลเล่ต์ ทนายชาวฝรั่งเศส ของไทย กล่าวว่า กัมพูชาไม่ได้พูดถึงอำนาจของศาลโลกในการรับพิจารณาคดี เพราะในข้อเท็จจริง คือ สิ่งที่กัมพูชาร้องขอนั้นไม่เพียงพอ เนื่องจากข้อพิพาทจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับคำพิพากษาในปี 2505 แต่กรณีนี้ไม่เกี่ยวกัน เพราะไทยดำเนินการตามคำพิพากษาเมื่อปี 2505 ไปหมดแล้ว กำลังทหารก็ถอนออกจากพื้นที่ไปแล้ว จะให้ถอนอีกได้อย่างไร และกัมพูชาเองก็ยอมรับต่อที่ประชุมสหประชาชาติว่าไทยดำเนินการตามคำพิพากษาแล้ว และไม่เคยประท้วงการล้อมรั้วลวดหนามของไทยเลย จึงถือว่ามีความชัดเจน และไม่ต้องตีความอีก และคู่ความทั้ง 2 ก็เห็นตรงกันว่าปราสาทพระวิหารเป็นอธิปไตยของกัมพูชา
            ..อลิน่า มิรอง ทนายชาวโรมาเนีย ของไทย กล่าวว่า แผนที่ภาคผนวก 1 ที่กัมพูชาอ้างว่าอยู่ในคำตัดสินของศาลโลก แท้จริงแล้วเป็นเพียงแผนที่ผนวกคำฟ้อง ไม่ใช่แผนที่ผนวกคำตัดสิน และเป็นแผนที่ที่มีปัญหาความแม่นย้ำน้อยที่สุด ทั้งนี้ที่ผ่านมากัมพูชาไม่เคยให้ความสนใจพื้นที่ภาคตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือเลย แต่ครั้งนี้กลับพูดถึงพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร เรื่องนี้จึงไม่เกี่ยวกับคดีเมื่อปี 2505
            ขณะที่นายวีรชัยแถลงด้วยวาจาเป็นคนสุดท้าย ระบุว่า ศาลไม่จำเป็นที่ต้องรับคำร้องไว้พิจารณาเพราะคำร้องของกัมพูชาอยู่บนพื้นฐานที่ไม่คงเส้นคงวาหลายกรณี ทั้งคำร้องขอให้ตีความก็กลับไปกลับมา อีกทั้งหลักฐานที่ยื่นก็มีการทำปลอมแปลงแผนที่ บิดเบือน ทำให้คดีที่วินิจฉัยเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ปี 2505 ไม่จำเป็นต้องนำมาพิจารณาอีก ทั้งนี้ประเทศ ไทยมีประวัติศาสตร์ร่วมกันกับกัมพูชามายาวนาน แต่ไม่ต้องการให้คำพิพากษาเมื่อปี 2505 ถูกบิดเบือน จึงขอให้ศาลพิจารณาด้วย
            รัฐมนตรีต่างประเทศ สุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ให้สัมภาษณ์ที่กรุงโซล เกาหลีใต้เช้าวันนี้ ว่า ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศแจ้งให้ทราบว่า ศาลโลก กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ได้แจ้งไปยังสถานทูตไทย กรุงเฮกว่า วันที่ 11..นี้จะมีการอ่านคำตัดสินคดีเขาพระวิหาร จากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่า ศาลจะอ่านคำพิพากษาในเดือน ..ปี 2557 ตามที่ได้รับข้อมูลเบื้องต้น โดยจ่าศาลแจ้งว่า ศาลโลกได้ขยับการพิพากษาคดีพิพาทชิลี-เปรู ออกไป และเลื่อนการอ่านคำตัดสินคดีไทย-กัมพูชาขึ้นมาแทน



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น